ซื้อบ้านมือสองดีกว่าบ้านมือหนึ่งอย่างไร

ปัจจุบัน ในตลาดมีบ้านที่เสนอขายอยู่มากมาย ทั้งบ้านที่เปิดตัวใหม่และบ้านมือสอง ผู้ซื้อจึงสามารถเลือกซื้อได้อย่างจุใจ จนบางครั้งก็ทำให้ตัดสินใจยากว่าจะซื้อบ้านแบบไหนดีจึงจะได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด สำหรับตลาดบ้านมือสองนับว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เพราะมีทั้ง "บ้านเก่ามือสอง" คือบ้านเก่าที่มีการอยู่อาศัยมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอยู่เอง ให้ญาติพี่น้องอยู่ หรือให้ผู้อื่นเช่า และเจ้าของต้องการขายต่อ เนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ เช่น ต้องการขายเพื่อไปซื้อบ้านใหม่ที่ดีกว่า หรือร้อนเงินเนื่องจากต้องรีบชำระหนี้ หรือถูกฟ้องบังคับจำนอง เป็นต้น และยังมี "บ้านใหม่มือสอง" ที่เจ้าของซื้อเป็นของตนเองแล้ว "สร้างเสร็จแล้ว" และรับโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของโครงการแล้ว (แต่อาจกำลังผ่อนกับธนาคาร) แต่ไม่เข้าอยู่อาศัยเอง ปล่อยว่างไว้ ซึ่งบ้านเหล่านี้ยังมีจำนวนมากที่เจ้าของต้องการขายต่อ เฉพาะใน กทม. และปริมณฑล มีนับเป็นแสนหน่วย

นอกจากนี้ ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน มีผู้ซื้อบ้านจำนวนมาก ต้องประสบปัญหาทางการเงิน ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงถูกธนาคารฟ้องร้องบังคับจำนอง และมีการขายทอดตลาดแก่ประชาชนทั่วไปโดยกรมบังคับคดีจำนวนมาก ในบางกรณี เจ้าของบ้าน จะทำการโอนบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ให้กับธนาคารเพื่อเป็นการ ตีชำระหนี้และมีบางกรณีที่ธนาคารเป็นผู้ประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ขายทอดตลาดมาเป็นของตนเอง ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ ธนาคารมีบ้านและที่ดินในครอบครอง” (Real estate owned – REO) จำนวนมาก รวมกันทุกธนาคาร มีหลายหมื่นหน่วย ซึ่งบ้านเหล่านี้ ถือว่าเป็นบ้านมือสองที่ธนาคารจะประกาศให้เช่าหรือขายต่อไป จึงเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน ตลาดที่อยู่อาศัย เป็นตลาดของผู้ซื้อ เพราะผู้ซื้อมีโอกาสและทางเลือกในการซื้อบ้านกว้างขวางมากขึ้นทั้ง "บ้านมือหนึ่งในโครงการที่เปิดตัวใหม่ และ "บ้านมือสอง" ทั้งที่เป็นบ้านเก่าและบ้านใหม่

ประเด็นคำถามของผู้ซื้อคือว่า เมื่อบ้านมีขายมากมายอย่างนี้ จะเลือกซื้อบ้านในโครงการเปิดตัวใหม่ หรือซื้อบ้านมือสองดีกว่าการที่จะตอบว่าซื้อบ้านใหม่หรือบ้านมือสองดีกว่ากัน ย่อมไม่อาจตอบได้อย่างชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับตัวบ้าน คุณภาพอาคาร การตกแต่ง ทำเล ราคา และความต้องการซื้อของผู้ซื้อเฉพาะราย ในอดีต คนไทยมักจะนิยมซื้อบ้านมือหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บ้านมือสอง ก็มิใช่จะด้อยกว่าบ้านมือหนึ่งเสมอไป ยิ่งในสถานการณ์ที่ตลาดมีบ้านมือสองพร้อมขายอยู่จำนวนมาก ผู้ซื้อจึงมีโอกาส ที่จะเลือกซื้อได้บ้านดีและราคาถูกได้มาก และควรเปรียบเทียบข้อดีของบ้านมือสอง ในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ ดังนี้

1) ราคาบ้าน

ในเรื่องราคาบ้านนั้น มีหลายกรณี ที่ผู้ซื้อบ้านมือสองมักจะมีโอกาสซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าบ้านมือหนึ่งค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่น

ในกรณีที่บ้านมือสอง อยู่ในโครงการบ้านที่กำลังขายอยู่ หรือโครงการที่สร้างเสร็จไม่นานนัก บ้านมือสองก็จะอยู่ในสภาพที่ใหม่โดยยังไม่มีคนอยู่ หรือมีการอยู่อาศัยแล้วไม่นานนัก ราคาบ้านแบบเดียวกันก็มักจะมีการขายต่อที่ถูกกว่าบ้านที่ซื้อจากเจ้าของโครงการโดยตรง ทั้งนี้ เพราะผู้ขายอาจมีความจำเป็นต้องขายในลักษณะ ร้อนเงินในลักษณะต่าง ๆ เช่น ต้องการเงินด่วนเพื่อใช้หนี้ เพื่อพยุงฐานะธุรกิจไม่ให้ล้มละลาย พ่อแม่ลูกหลานป่วยต้องการใช้เงินเป็นค่ารักษาพยาบาลด่วน หรือตนเองมีภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มาก จนไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ถึงขั้นที่ธนาคารต้องฟ้องร้องบังคับจำนอง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังปรากฎว่า มีบางครั้งที่เจ้าของบ้านต้องการขายบ้านนั้นเป็นการด่วนในราคาที่ถูกโดยที่ตัวเองไม่มีปัญหาการเงิน แต่เพราะมีเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น เห็นบ้านใหม่ในฝันที่ดีกว่าบ้านหลังที่ตนอยู่มากจึงต้องรีบขายเพราะอยากได้บ้านใหม่ หรือ ทะเลาะกับเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง ก็อยากหนีไปให้พ้น ๆ ไปเสีย หรือต้องอพยพไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน ดังนี้ เป็นต้น

ในกรณีที่ขายในราคาใกล้เคียงกันกับบ้านมือหนึ่ง แต่บ้านมือสองอาจมีการปรับปรุงตกแต่งเพิ่มเติม และมีเฟอร์นิเจอร์หรือของแถมอื่น ๆ ให้ผู้ซื้อด้วย

ในกรณีเป็นบ้านเก่าที่มีการเข้าอยู่อาศัยหลายปีแล้ว (ไม่สามารถเปรียบเทียบกับบ้านมือหนึ่งได้โดยตรง) ผู้ซื้อก็มีโอกาสซื้อบ้านได้ราคาถูกมากเป็นพิเศษ บางกรณี บ้านอยู่ในทำเลที่ดีมาก ราคาที่ดินอย่างเดียวก็เกือบคุ้มแล้ว เนื่องจากผู้ขายร้อนเงิน หรือไม่ทราบราคาซื้อขายตลาดที่เป็นจริง

ในกรณีที่มีการซื้อบ้านมือสองจากการขายทอดตลาด ทั้งโดยกรมบังคับคดีหรือสถาบันการเงิน ผู้ซื้อก็มีโอกาสประมูลซื้อได้ในราคาที่ถูกมากเป็นพิเศษ เช่นกัน เนื่องจากบ้านที่ตนต้องการ มีผู้เข้าสู้ราคาน้อย ในขณะที่การตั้งราคาเปิดประมูลเริ่มต้น ราคาต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก (เช่นกำหนดเพียง 50-80% ของราคาตลาดเท่านั้น)

2) ทำเลที่ตั้ง

โดยทั่วไป บ้านมือสอง โดยเฉพาะบ้านเก่ามักจะมีทำเลที่ตั้งที่ดีกว่าบ้านในโครงการที่เปิดตัวใหม่ เมื่อเทียบประเภทบ้านและขนาดใกล้เคียงกัน โดยบ้านเปิดใหม่มักจะมีการก่อสร้างที่ไกลออกไปตามลำดับ โดยเฉพาะบ้านจัดสรรแบบบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เนื่องจากมูลค่าที่ดินในเขตใกล้เมืองที่หายากและราคาแพงมากขึ้น ในขณะที่บ้านมือสองจำนวนมากได้สร้างมาก่อนหลายปีแล้ว จึงมักจะอยู่ย่านธุรกิจใกล้ศูนย์กลางเมืองมากกว่า ดังนั้น "ทำเลที่ตั้ง" ที่สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และ "ที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน" จึงเป็นจุดเด่นที่สุดของบ้านมือสองที่เหนือกว่าบ้านในโครงการเปิดตัวใหม่ ดังนั้นหากผู้ซื้อหมั่นตรวจสอบข้อมูลหรือสำรวจบริเวณชุมชนใกล้ที่ทำงานอยู่เสมอ ก็อาจจะพบบ้านมือสองที่ดี ในทำเลที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ที่ทำงานตามที่ต้องการได้

3) สภาพบ้าน

     ในขณะที่บ้านในโครงการเปิดตัวใหม่ ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเปิดขายตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ ผู้ซื้อจึงไม่สามารถเห็นสภาพบ้านที่ตนเองจะซื้อโดยแท้จริงได้ว่ามีการก่อสร้างดีมากน้อยเพียงใด นอกจากดูจากแบบแปลนหรือบ้านตัวอย่างเท่านั้น จึงเป็น ความเสี่ยงประการหนึ่งของผู้ซื้อ เพราะบ้านที่สร้างเสร็จจริงอาจจะไม่ดี หรือสร้างไม่มีคุณภาพดังบ้านตัวอย่างที่เห็นก็ได้ ในส่วนบ้านมือสอง มีสภาพหลายลักษณะกว่าบ้านเปิดใหม่มาก โดยมีตั้งแต่บ้านใหม่เอี่ยมที่สร้างเสร็จแล้วแต่ไม่มีการอยู่อาศัย จนกระทั่งบ้านที่มีการอยู่อาศัยแล้วปีสองปีจนถึงนับสิบ ๆ ปี จนบ้านมีสภาพเก่าคร่ำคร่าหรือเสื่อมโทรมมากแล้ว จุดเด่นของ บ้านใหม่มือสองคือผู้ซื้อได้เห็นสภาพอาคารแล้ว และสามารถพิจารณาเปรียบเทียบกับบ้านมือหนึ่งได้ เพราะมีสภาพคล้ายกันนั่นเอง แต่กรณีการซื้อ บ้านมือสองสภาพเก่าผู้ซื้ออาจต้องเอาใจใส่และต้องพิจารณามากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะต้องดูว่าบ้านมี สภาพเสื่อมโทรมมากน้อยเพียงใด ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมแซมมากน้อยเพียงใด ในกรณีนี้ผู้ซื้อควรอาศัย สถาปนิกหรือช่างก่อสร้างที่ชำนาญการ เพื่อช่วยประเมินค่าซ่อมแซมก่อนว่าหากต้องการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ตามที่ตนต้องการ จะต้องใช้เงินเท่าใด บวกกับราคาขายแล้ว ยังคุ้มหรือไม่ ในบางกรณีแม้ว่าบ้านจะเก่ามากแล้ว แต่บ้านอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ดีมาก ราคาที่ดินสูง ดังนั้น หากปรับปรุงซ่อมแซมแล้วจะได้บ้านคุณภาพที่ดี และผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาที่เหมาะสมได้ ก็น่าซื้อในกรณีที่บ้านมีอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีการอยู่อาศัย มักจะพบว่าสภาพบ้านจะค่อนข้างใหม่ และบางหลัง อาจมีสภาพที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าบ้านเปิดตัวใหม่อีก เพราะเจ้าของมักจะมีการต่อเติมเสริมต่อ หรือมีการปรับปรุงตกแต่งแล้ว เช่น ปูพรมปูปาเก้ ตกแต่งห้องน้ำด้วยสุขภัณฑ์อย่างดี มีแอร์ มีโทรศัพท์ หรือมีเฟอร์นิเจอร์พร้อม เป็นต้น ดังนั้น การซื้อบ้านมือสองเช่นนี้ ผู้ซื้อจึงอาจได้บ้านที่ตนพอใจชอบใจในราคาที่ถูกเป็นพิเศษก็ได้

มีบ้านมือสองบางประเภท ที่เจ้าของปล่อยร้าง หรืออยู่อาศัยเอง แต่ไม่สนใจปรับปรุงตกแต่งบ้าน ปล่อยให้บ้านมีสภาพที่ไม่น่าดู เช่น สีเก่า รั้วบ้านชำรุด มีหญ้าขึ้นรกสนาม แต่เนื่องจากอายุบ้านยังไม่มากนัก ความเก่าเป็นเพียงสภาพปรากฎภายนอก แต่สภาพโครงสร้างบ้านยังดี เมื่อผู้ซื้อตาถึง ซื้อมาในราคาที่ค่อนข้างถูกมาก แต่เมื่อปรับปรุงขัดสีฉวีวรรณใหม่ไม่มากนัก กลับปรากฎเป็นบ้านที่สวยงามประดุจบ้านใหม่ขึ้นมาได้

4) สภาพแวดล้อมของชุมชน

     บ้านในโครงการสร้างใหม่ มักจะมีสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่ยังไม่พร้อมสมบูรณ์ บางครั้งมีการก่อสร้างต่อในเฟสสอง เฟสสาม ทำให้สภาพแวดล้อมในชุมชนไม่ดีนัก สภาพทั่วไปของโครงการใหม่ค่อนข้างจะแห้งแล้ง และร้อนระอุในหน้าร้อนเนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกสองข้างทาง หรือในบริเวณบ้านของแต่ละคน ยังไม่โตเพียงพอ ตรงข้ามกับบ้านเก่าในชุมชนจัดสรรที่สร้างเสร็จเรียบร้อยมานานพอสมควรแล้วเช่น 3-4 ปี แล้ว ชุมชนค่อนข้างจะมีสภาพแวดล้อมที่เขียวด้วยต้นไม้ใบไม้ต่างๆมากกว่าบ้านในโครงการใหม่ และผู้ซื้อสามารถมองเห็นระบบสาธารณูปโภคต่างๆในชุมชนได้เป็นอย่างดีว่ามีสภาพกว้างใหญ่และ ดีเลวประการใด อย่างไรก็ตามมีบ้านมือสองจำนวนมาก ที่อยู่นอกชุมชนบ้านจัดสรร เป็นบ้านที่เจ้าของสร้างเองโดยไม่มีการขออนุญาตจัดสร หรือเป็นชุมชนเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้วอย่างค่อยเป็นค่อยไป บางครั้งถนนหนทางค่อนข้างจะเล็กแคบ ไม่ได้มาตรฐาน จนรถเข้าออกได้ไม่สะดวกนัก บ้านแต่ละหลังสร้างกันเอง ผสมผสานกันระหว่างตึกแถวบ้าง บ้านเดี่ยวบ้าง ดูระเกะระกะไม่เป็นชุมชนที่ดีในเชิงสภาพแวดล้อมนัก บ้านบางหลังก็อยู่ในพื้นที่ลุ่ม ถนนซอยอยู่ต่ำกว่าระดับถนนหลัก (เพราะถนนหลักอาจจะเพิ่งสร้างยกระดับในภายหลัง) น้ำท่วมขังได้ง่าย แต่หากไม่ดูในหน้าฝน ผู้ซื้อก็อาจละเลยลืมคิดถึงประเด็นนี้ไปได้

สภาพแวดล้อมนี้ มิได้หมายถึงเฉพาะสิ่งแวดล้อมทางกายภาพเท่านั้น หากรวมถึง สภาพแวดล้อมทางสังคมด้วย ซึ่งได้แก่ เพื่อนบ้านเรือนเคียงและผู้อยู่อาศัยในชุมชนว่าเขาเป็นใคร เป็นคนกลุ่มไหน สำหรับการซื้อบ้านใหม่ในโครงการจัดสรร ผู้ซื้อมักจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อบ้านที่ติดกับตน แต่บ้านมือสอง ผู้ซื้อสามารถสอบถามทำความรู้จักกับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงได้ เพื่อหยั่งรู้ถึงอาชีพการงาน รสนิยม และอัธยาศรัยไมตรี ว่าเป็นประการใด สามารถจะพึ่งพาอาศัยเกื้อกันได้หรือไม่ หรือเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วจะมีโอกาสเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้หรือไม่ ในบางครั้งผู้ซื้อพบว่ามีผู้ขายบ้านมือสอง ที่อยู่ใกล้กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่อาศัยมาก่อน ก็จะเป็นเงื่อนไขบวกประการหนึ่งในการตัดสินใจซื้อบ้าน

5) ความต้องการอยากได้บ้านที่อยู่ได้ทันทีหรือไม่
โดยทั่วไป หากมีการซื้อบ้านที่เปิดตัวใหม่ ผู้ซื้ออาจต้องเสียเวลาในการรอคอยนานเป็นปี หรือบางโครงการอาจจะถึง 1-2 ปี ทำให้บางคนขาดความอดทนที่จะรอคอยนานเช่นนั้น จึงเห็นว่าการซื้อบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว หรือบ้านมือสองที่มีทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ได้เลย น่าจะดีกว่า ไม่ต้องไปเสียเวลารอคอยหรือตกแต่งอะไรอีก จึงสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีธุรกิจการงานรัดตัวจนไม่มีเวลาพอที่จะมายุ่งในเรื่องบ้าน เมื่อมีเงินพอที่จะจ่ายดาวน์ประมาณ ร้อยละ 20 ของราคาบ้าน ที่เหลือกู้เงินจากธนาคารได้ ใช้เวลานานไม่ถึงเดือนก็ได้เข้าอยู่ในบ้านของตนเองแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก www.sj-property.com

กู้เงินซื้อบ้าน ทำอย่างไร

สินเชื่อเคหะ คือ สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยโดยมีที่อยู่อาศัยนั้น เป็นหลักประกันจำนองให้แก่ผู้กู้ มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำต่อผู้ให้กู้ เพราะเป็นสินเชื่อที่ มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น สินเชื่อเคหะจึงมีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ บริการสินเชื่ออื่น ๆ ที่สถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้ มีเสนอให้แก่ลูกค้ารายย่อย โดยมีคุณสมบัติดังนี้

·         อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ

·         มีตารางการผ่อนชำระที่แน่นอน

·         มีระยะเวลาการผ่อนที่ยาว (10 ปีขึ้นไป)

·         เป็นสินเชื่อที่ต้องใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

·         มีค่าใช้จ่ายในการกู้ยืม ณ วันทำสัญญา เช่น ค่าจำนอง (1% ของราคาหลักประกัน), ค่าประเมินราคา, เบี้ยประกันอัคคีภัย ฯลฯ

ในการอนุมัติสินเชื่อ ผู้ให้กู้จะพิจารณาองค์ประกอบหลัก 2 ประการ คือ

1.เครดิตของผู้กู้

ศักยภาพในการผ่อนชำระของผู้กู้ เป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้เป็นมาตรฐานในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินทุกแห่ง โดยจะประเมินจาก

1.ตัวเลขรายได้ 2.ภาระหนี้สินที่มีอยู่ และ 3.จำนวนเงินสดที่เตรียมไว้ใช้ในการซื้อบ้านใหม่ ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้ สถาบันการเงินจะสามารถ ประมาณวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับตัวคุณ และ จำนวนเงินดาวน์ นอกจากนี้ สถาบันการเงินจะพิจารณาถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย เช่น ประวัติการกู้ยืมบัตรเครดิต ความเสี่ยง และความมั่นคงของงานประเภทที่คุณทำอยู่ อายุงาน และอายุของตัวคุณ เป็นต้น

2.หลักประกันของผู้กู้
สถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบและประเมินราคาบ้านที่คุณซื้อที่จะนำมาจำนองเป็นหลักประกัน สินเชื่อเคหะของคุณ เพื่อให้ทราบถึง มูลค่าหลักประกันที่เป็นมาตรฐานที่สุด โดยไม่คำนึงถึงราคาที่คุณซื้อมา และคุณจะต้องรับผิดชอบกับ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ จากนั้นสถาบันการเงิน จะอนุญาตให้คุณกู้ได้ไม่เกิน 75% - 90% ของราคาประเมินดังกล่าว ซึ่งเป็นวิธีการ ที่สถาบันการเงินใช้ลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้แต่ละครั้ง เพราะผู้กู้ต้องเอาเงินเก็บส่วนตัวมาสมทบ ทำให้สถาบันการเงินมั่นใจมากขึ้น ว่าได้ปล่อยกู้ให้กับคนที่ต้องการซื้อบ้านไว้อยู่จริงๆ ไม่ใช่กับคนที่กู้ไปเพื่อเก็งกำไรในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ในกรณีที่คุณไม่สามารถชำระหนี้ตามสัญญาได้ สถาบันการเงินจำเป็นที่จะ ต้องขายบ้าน ที่เป็นหลักประกันทอดตลาดซึ่งอาจต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และการจำกัดวงเงินกู้ดังกล่าว ยังเป็นการเผื่อไว้รับมือ กับความไม่แน่นอนในการรับชำระหนี้คืนอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค

                       การเลือกที่ดินเปล่าให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

โดยส่วนใหญ่ผู้คนจะเข้าใจว่าการเลือกที่ดินเปล่านั้นไม่จำเป็นต้องดูฮวงจุ้ย คิดว่าการดูฮวงจุ้ยนั้นจะเริ่มเมื่อตอนที่เริ่มมีสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้าน ที่พักอาศัย สำนักงาน หรือ โรงงาน ขึ้นมาก่อน ซึ่งก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูกต้องในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการที่เราเริ่มพิจารณาปัจจัยของฮวงจุ้ยตั้งแต่การเริ่มเลือกซื้อที่ดินเปล่านั้น ก็เหมือนกับการที่เราคิดอยากจะมีบุตรแล้วเริ่มปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งครรภ์ เพื่อที่จะเตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อมก่อนการมีบุตร เพื่อให้เราได้บุตรที่มีสุขภาพที่ดี หากเราสามารถเลือกที่ดินเปล่าที่ถูกหลักฮวงจุ้ยได้ตั้งแต่ต้น การที่เราจะเริ่มสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้นก็จะเป็นไปได้อย่างสอดคล้องกับหลักการทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองของเจ้าของบ้านและสมาชิกภายในครอบครัวนั่นเอง เพราะการเลือกที่ดินให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้นซินแสจะให้ความสำคัญทั้งเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิ (Landform Feng Shui Theory) และ ศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทาง (Compass Feng Shui Thery) เพื่อให้ที่ดินของเราสามารถรับและสะสมกระแสพลังงานชี่ (Qi) ได้อย่างพอเพียงและมีทิศทางของที่ดินที่เป็นทิศทางที่เสริมกับดวงชะตาของเจ้าของที่ดินตามการดูดวงในระบบโป๊ยหยี่ซี้เถียว (Four Pillars) นั่งเอง โดยสามารถกล่าวถึงหลักการในการเลือกที่ดินเปล่าที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยได้ดังนี้

             
1.ลักษณะของที่ดินเป็นรูปทรงที่สามารถกักเก็บกระแสพลังงานได เนื่องจากฮวงจุ้ยนั้นเป็นเรื่องของการบริหารกระแสพลังงานตามธรรมชาติ หากลักษณะที่ดินนั้นไม่สามารถเปิดให้กระแสพลังงานนั้นหลากเข้าไปได้สะดวกหรือหากกระแสนั้นหลากเข้าไปได้ แต่ไม่สามารถกักเก็บได้ ก็ยังไม่อ่านว่าเป็นลักษณะของฮวงจุ้ยที่ดีอยู่ดี โดยรูปทรงของที่ดินเบื้องต้นนั้น หากเป็นที่ดินที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสหรือผืนผ้าที่ด้านหน้าของที่ดินนั้นไม่แคบจนเกินไป ถือว่าเป็นรูปทรงของที่ดินที่ใช้งานได้ เพราะหากที่ดินหน้าแคบเกินไปก็จะไม่สามารถเปิดรับกระแสพลังงานจากด้านหน้าที่ดินได้
และหากเป็นไปได้การที่หน้ากว้างที่ดินด้านหน้านั้นกว้างน้อยกว่าหน้ากว้างที่ดินด้านหลังเล็กน้อยนั้นก็ถือว่าเป็นรูปแบบที่ช่วยในการสะสมกระแสพลังงานให้ไม่สามารถออกไปไหลได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องของหน้ากว้างที่ดินที่เรามักพูดกันกว่า หน้าแคบ หลังกว้างนั้นก็ยังไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะเรายังสามารถใช้การออกแบบชัยภูมิที่ดินร่วมไปได้ด้วย

               
                     
2. ที่ดินต้องไม่เป็นระดับที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นที่ดินข้างเคียง เนื่องจากกระแสอากาศไหลรวมลงสู่ที่ต่ำตามกฎของนิวตัน (Newton Gravity Law) ดังนั้นหากที่ดินของเรามีระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับที่ดินข้างเคียง ก็หมายถึงว่าที่ดินของเราสามารถสะสมกระแสอากาศได้มากกว่าผู้อื่น หากเราสามารถเลือกทิศทางของที่ดินให้เป็นทิศทางที่รับกระแสโชค ก็จะเป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งในระยะยาวได้

 หรือให้เราลองสังเกตแผนที่ดาวเทียวของประเทศไทยได้ว่ากรุงเทพ ฯ นั้นถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีระดับที่ดินค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆในประเทศ จึงสามารถทำให้สะสมกระแสอากาศได้มากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ยิ่งประกอบเข้ากับการที่มี มังกรน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจุดที่จ่ายกระแสให้อย่างต่อเนื่องยิ่งเป็นเหตุที่ทำให้ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีชัยภูมิที่ดีมากขึ้นไปอีก

 

3. มีจุดจ่ายกระแสพลังงานไม่ว่าจะเป็นมังกรภูเขามังกรน้ำ และ มังกรที่ราบได้ เพราะถึงหากว่าที่ดินมีรูปทรงที่ดีสามารถสะสมกระแสได้ แต่ไม่มีจุดจ่ายกระแสพลังงานได้ก็ยังไม่อ่านว่าเป็นที่ดินที่มีชัยภูมิในทางฮวงจุ้ยที่ดีพอ ลักษณะของสายน้ำที่ลากผ่านหน้าที่ดินซึ่งในปัจจุบันนี้ซินแสจะมองว่าเป็นถนน หรือแนวเขาที่จ่ายกระแสมาที่ที่ดินของเราหรือในปัจจุบันได้แก่อาคารข้างเคียง หรือแม้กระทั่งแอ่งน้ำ แนว Slope ของถนนหรือที่ดิน หรือ ช่องลมของอาคารตรงข้ามที่ดิน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยในข้อนี้คุณต้องได้รับคำปรึกษาจากซินแสที่มีประสบการณ์ เพราะหากคุณสามารถเลือกแนวกระแสพลังงานที่เหมาะสมกับลักษณะที่ดินของคุณได้ยิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรือง 

ท้ายที่สุดนั้นคุณต้องเลือกองศาทิศทางของที่ดินให้เข้ากับดวงชะตาของเจ้าของที่ดินและสมาชิกภายในครอบครัว เนื่องจากใน ปี เดือน วัน ยาม ที่เราเกิดมานั้นเราจะประจุพลังงานที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นผลให้ดวงชะตาของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล หากซินแสนั้นมีประสบการณ์มากเพียงพอ ก็จะสามารถหาได้ว่าดวงชะตาของแต่ละบุคคลนั้นมา ธาตุที่ชอบเป็นธาตุอะไร ก็จะหาทิศทางของที่ดินให้เป็นทิศทางของธาตุที่เจ้าบ้านและสมาชิกในครอบครัวนั้นชอบด้วย เมื่อครอบครัวนั้นได้เข้าอยู่ก็จะรับกระแสพลังงานที่ตัวเองขาดไป เข้าไปเติมเต็มดวงชะตาเป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองได้

 
ขอบคุณข้อมูลจาก www.modernfs.com/land.htm

edit @ 19 Aug 2009 16:19:28 by properties-service

edit @ 19 Aug 2009 16:20:56 by properties-service